ดูหนังออนไลน์ Blue Is the Warmest Color วันที่หัวใจกล้ารัก

จากนิยายภาพชื่อดังของ จูลี มาโรห์ กลายมาเป็นฉบับภาพยนตร์โดยผู้กำกับมือฉกาจ อับเดลลาทิฟ เคชิช Blue is the Warmest Color

เล่าเรื่องราวความรักครั้งแรกของ อเดล (อเดล เอ็กซาร์โคปูโลส) เด็กสาววัย 15 ปี ที่ได้สัมผัสและรู้จัก “ความรู้สึกที่เรียกว่า รัก” จริงๆ ตอนที่เธอได้เจอกับ เอมม่า (เลอา เซย์ดูซ์) สาวห้าวที่ย้อมผมสีฟ้า ความรู้สึกที่ปะทุขึ้นอย่างเร่าร้อน ลุกลาม เต็มเปี่ยมไปด้วยความฝัน แรงปรารถนา เกิดขึ้นอย่างงดงาม และดำเนินไปท่ามกลางวัยและความคิดที่ค่อยๆเติบโตของเด็กสาว ก่อนที่อเดลจะโตเป็นผู้ใหญ่ และได้รู้จักว่า “ความรัก” ที่แท้จริงนั้นเป็นอย่างไร

ดูหนังออนไลน์ Blue Is the Warmest Color  ว่า ด้วยความสัมพันธ์ระยะยาวของความรักในช่วงชีวิตคนหนึ่ง ซึ่งหนังแบ่ง ออกเป็น 2 พาร์ทชัดเจน โดยให้ อาเดล เป็นตัวละครหลัก – ครึ่งแรกของเรื่องนั้นเป็นช่วงชีวิตวัยรุ่นที่กำลังเติบโตและค้นหาตัวเอง หนังพาไปพบแง่มุมแสนธรรมดาในการดำเนินชีวิตของชนชั้นกลางในฝรั่งเศส การเรียน เพื่อน ความรัก ครอบครัวและสังคม ก่อนที่เธอจะได้พบ เอมม่า ในเช้าวันหนึ่งที่สดใส มันทำให้ชีวิตเธอเปลี่ยนไปอย่างไม่สามารถอธิบายได้ การเจอเอมม่า มันเข้ามาดั่งโชคชะตาลิขิต หรือเรียกอีกแบบว่าเหตุบังเอิญ บังเอิญแรกคือการพบกันขณะข้ามถนน นี่เป็นซีนที่มีเสน่ห์ประจับใจเป็นอย่างมาก เสี้ยววินาทีที่สายตาของทั้งคู่ประสบกันมันเหมือนมีสิ่งหนึ่งใดในชีวิตได้ตก หล่นไปอย่างฉับพลัน


บังเอิญอีกครั้งการพบกันในบาร์เลสเบี้ยน ขณะที่ อาเดล เพิ่งบอกเลิกกับ โธมัส และถูกเพื่อนร่วมชั้นให้ท่าและหักอก การก่อร่างสร้างความสัมพันธ์เกิดขึ้นตั้งแต่ฉากนี้ นับแต่นี้ความรักของเธอก็พุ่งพล่านและสุกงอม โดยถูกการันตีโดยฉากเซ็กซ์ที่เร่าร้อนจนแทบเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตรักเธอทั้ง คู่อย่างห้ามไม่ได้

ขณะที่หนังกำลังพีคอยู่ในช่วงหฤหรรษ์แห่งความรัก หนังกลับถูกฉับตัดแบบไม่ทันตั้งตัว มันจากไปพร้อมผมสีฟ้าของ เอมมา ซึ่งเป็นสิ่งเตือนใจให้รู้ว่าหนังได้เข้าสู่พาร์ทที่สองแล้ว พารท์สองเป็นบันไดอีกขั้นหนึ่งของความสัมพันธ์ที่ทั้งสองได้เติบโตเป็น ผู้ใหญ่อย่างเต็มตัว เอมมา เลือกทางเดินทางศิลปินและอุทิศมอบมันให้กับการวาดภาพ ส่วน อาเดล เลือกที่จะไม่เรียนต่ออุดมศึกษาและเข้าสู่อาชีพคุณครูเด็กเล็กอย่างพร้อมใจ


ดูหนัง เรื่องนี้เรทมาก 20+ได้เลย ก็ลองไปหาเวอร์คัทเอาก็ได้ หรือยังไงก็แล้วแต่ แต่สำหรับเราถึงมันจะถูกว่าเรื่องความแรงของภาพและการนำเสนอแค่ไหนแต่โดยส่วนตัวพวกนั้นเหมือนเป็นองค์ประกอบเล็กน้อยที่ผู้กำกับน่าจะใส่มาให้เราเข้าใจความรักของทั้งคู่มากขึ้น สิ่งที่เราหลงรักในหนังเรื่องนี้น่าจะเป็นบทความสัมพันธ์ของทั้งคู่ และสัญลักษณ์ต่างๆที่ซ่อนอยู่ในหนังเล่าผ่านการเปลี่ยนแปลงและพัฒนาของตัวละครมากกว่า

หนังเรื่องนี้ยาวมาก ดูหนัง จนทำให้เราไม่แปลกใจเลยว่าทำไมพาร์ทดราม่าถึงทำให้เราอินกับตัวละครได้มากขนาดนั้น สิ่งสำคัญน่าจะเป็นการปูตัวละครและการปูความสัมพันธ์ที่ทำให้เรารู้สึกเหมือนเป็นส่วนหนึ่งกับคู่ทั้งคู่จริงๆ จนพอถึงจุด conflict ขึ้นมา ยิ่งฉากการปะทะอารมณ์ของตัวละครเอกทั้งคู่อย่างเอมมาและอเดลก็ทำออกมาได้สมจริงมาก เหมือนเรากำลังดูคู่รักทะเลาะกันอยู่จริงๆ เราว่าสิ่งพวกนี้แหละที่ทำให้หนังทรงพลัง

พูดถึงสัญลักษณ์กันบ้าง เราจะไม่สปอยแต่อยากให้บอกไว้ว่าที่สำคัญคือเรื่องโทนสีในเรื่อง ผมสีฟ้าอบอุ่นของเอมมาคือสัญลักษณ์ที่เด่นชัดที่สุดที่บ่งบอกถึงตัวคาแรคเตอร์ ทั้งการจัดสีในเรื่องที่ออกมาในแนวอุ่นๆออกไปทางส้มๆ มีแค่ผมสีฟ้าของเอมมาเท่านั้นที่โดดออกมา มันจะมีจุดหนึ่งที่เปลี่ยน และโทนสีพวกนี้แหละจะเป็นตัวบอกเราตั้งแต่เนิ่นๆว่ามีอะไรเปลี่ยนไปแล้วนะ

Film blog: Why is America not keen on a 'French ending'? - The Local

หนังทำดี ตอนลำดับเหตุการณ์ ตั้งแต่นางเอก อยู่ มัธยม เริ่มสนใจเรื่องความรัก กิ๊กกัก กับผู้ชาย แต่ความรู้สึกลึกๆแล้ว เธอกลับไปชอบทอม ผมสีฟ้ามากกว่า ด้วยแรงปรารถนา ทำให้เธอคบหากัน ได้เสียกัน แม้ว่าครอบครัวเธออาจจะไม่ยอมรับ เพื่อนๆในห้องเรียน แอนตี้เธอ แต่ก็มีบางคนที่เข้าใจเธอ จนผ่านช่วงวัยเรียน อเดล ก็ได้เป็นครูสอนเด็กเล็กตามที่เธออยากเป็น แต่ความสัมพันธ์กับเอ็มม่า ก็เริ่มไม่เหมือนเดิม สุดท้ายก็ต้องเลิกกันไป แม้จะยังเป็นเพื่อนที่ดีต่อกัน แต่ความรักนั้นก็จบไปแล้ว แม้อเดล อยากจะมองหาใครสักคนมาเติมเต็มแต่ก็ดูแล้ว มันไม่ใช่ สุดท้ายเธอจะเลือกเส้นทางอย่างไร คงต้องไปคิดต่อกันเอง

ภาพยนตร์เรื่อง Blue Is the Warmest Color มี สถานะอันงดงามที่จะเป็นภาพยนตร์ที่อยู่เหนือล้ำสถานะเพศใด แต่มันหว่านล้อมไปด้วยความรักที่แสนละมุนเศร้า และหม่นสุข โดยใช้สัญลักษณ์สีอันอบอุ่น และการดำเนินเรื่องอันประณีตในความเป็นมนุษย์ และยังแสดงให้เห็นถึงสถานะการดำรงอยู่ และเสรีภาพของความเป็นมนุษย์ได้อย่างสวยงาม อีกทั้งยังซื่อสัตย์กับความเป็นจริงของฉากเซ็กซ์ที่ไม่ปลิ้นปล้อนตลบตะแลง เพื่อให้เห็นอารมณ์ความรู้สึกของความสัมพันธ์รักทางเพศที่แสนมหัศจรรย์

ดูหนังออนไลน์ Blue Is the Warmest Color เป็นหนังที่มีแง่มุมมากมายหลากหลายให้ได้ครุ่นคิดและวิพากษ์วิจารณ์ แต่ทั้งนี้เพราะความซื่อสัตย์ในงานสร้างที่อาจเรียกได้ว่าเป็นมหากาพย์ความ รักของชีวิตมนุษย์ช่วงหนึ่งที่ทุกคนสามารถผ่านพ้นร่วมกันได้ไม่ว่าจะมีสถานะ ทางเพศแบบใด

Latest articles

Related articles

Leave a reply

Please enter your comment!
Please enter your name here