ดูหนังออนไลน์ After อาฟเตอร์

เทสซ่า สาวผู้ใช้ชีวิตในกรอบมาตลอด ได้ก้าวสู่รั้วมหาวิทยาลัย และต้องห่างกับแฟนหนุ่มรุ่นน้อง เธอพบกับ ฮาร์ดิน หนุ่มหน้าหล่อแบดบอยคนดังลุกอธิการมหาวิทยาลัย แม้ในตอนแรกเธอจะไม่ค่อยถูกชะตา แต่ด้วยแรงดึงดูดและอะไรหลายๆ อย่างทำให้ทั้งสองอดคิดถึงกันไม่ได้

เรื่องราวของ ดูหนังออนไลน์  “After” ในภาคแรกกันภาพยนตร์ว่าด้วยเรื่องราวของ “เทสซ่า” (รับบทด้วย Josephine Langford) สาวน้อยวัยใสที่ใช้ชีวิตอยู่ในกรอบมาตลอดชีวิตกำลังจะต้องออกสู่อ้อมกอดของแม่เป็นครั้งแรกเพื่อย้ายเข้าสู่รั้วมหาวิทยาลัยแน่นอนว่าหลังจากที่เธอเข้าไปก็ได้พบกับ “ฮาร์ดิน” (รับบทโดย Hero Fiennes Tiffin) หนุ่มหล่อ BAD BOY ตามสูตร

 และในช่วงแรก “เทสซ่า” ก็พยายามต้านทานสิ่งยั่วยุตัวเองไม่ให้ตัวเองเข้าไปอยู่ในสังคมใหม่ ๆ กินเหล้าเมายาปาร์ตี้และที่สำคัญคือต้านทานไม่ให้เผลอใจไปกับหนุ่มหล่ออย่าง “ฮาร์ดิน” ที่พุ่งเข้าหาเธอตลอดเวลา แต่สุดท้ายเรื่องรัก ๆ ใคร่ ๆ ของทั้งสองคนก็เกิดขึ้นแต่สิ่งที่ทำให้ผมดูภาพยนตร์เรื่องนี้จนจบคือฉากเปิดของเรื่องที่ว่าด้วยคำพูดภายในใจของ “เทสซ่า” ที่ได้บอกความรู้สึกของเธอถึงตัว “ฮาร์ดิน”

สิ่งที่ทำให้ ดูหนัง น่าสนใจจุดหนึ่งเลยคือตัวละครอย่าง “เทสซ่า” และ “ฮาร์ดิน” ใช้ชีวิตและมีทัศนคติที่แตกต่างกันอย่างสุดขั้วเลยก็ว่าได้ “เทสซ่า” ก็เหมือนกับไข่ในหินของคุณแม่ “ฮาร์ดิน” ก็คือเด็กหนุ่มเจ้าปัญหาที่มองโลกในแง่ร้าย เราจะเห็นได้จากการที่เขาสองคนตีความจากหนังสือเล่มเดียวกันแต่มองกันคนละมุมเลยละคือคนเราถ้ามันแตกต่างกันมากจนเกินไปบางทีมันก็ดูจะเป็นไปไม่ได้เลยที่จะรักกันก็เลยทำให้หนังเริ่มน่าสนใจ

แต่หนังก็ยังไม่ได้ทำให้ทั้งสองตัวละครไม่มีจุดเชื่อมโยงซึ่งกันและกันซะทีเดียวทั้งตัว “เทสซ่า” และ “ฮาร์ดิน” มีปัญหาครอบครัวหรือความทรงจำที่ไม่ดีคล้าย ๆ กันอยู่บ้าง “เทสซ่า” คือโดนพ่อทิ้งไปตั้งแต่เด็กถูกเลี้ยงมาอย่างทะนุถนอมโดยคุณแม่ “ฮาร์ดิน” โกรธแค้นการกระทำของพ่อที่ทำให้แม่ต้องหนีไป ตรงนี้ก็ถือเป็นจุดหนึ่งให้เขาทั้งสองคนพอจะมีแรงดึงดูดให้เข้าอกเข้าใจกันพอสมควร

 หนังเดินเรื่องด้วยความรวดเร็วไม่พูดพร่ำทำเพลงมากนะครับหลังจากที่ “เทสซ่า” ได้พบกับ “ฮาร์ดิน” เธอคือคนแรกเลยที่ชีวิตเปลี่ยนจากเดิมไปซะหมดใช้ชีวิตอยู่นอกกรอบที่เคยเป็นมาและกลายเป็นคนที่ตกหลุมรักหัวปรักหัวปรำเลยทีเดียว

แต่ผิดกับ “ฮาร์ดิน” ที่หนังพยายามสื่อสารให้ดูมีความลับเต็มไปด้วยความสับสนว่าจริง ๆ แล้วเขารักหรือไม่รัก “เทสซ่า” กันแน่อันนี้ผมว่าเป็นความจงใจเพื่อเมื่อหนังเดินทางไปถึงจุดที่วางไว้แล้วคนดูสไตล์นี้ก็จะเรียกมันว่าจุดพีค

และแน่นอนครับด้วยความที่มันเป็นหนังรักวัยรุ่นมันจะมีความงี่เง่าของตัวละครเยอะพอสมควรหลังจากที่พวกเขาเริ่มตรงลงปลงใจที่จะคบหากันแต่ตัวผมก็มองว่ามันก็เหมาะกับวัยของตัวละครและตัว “เทสซ่า” เองที่เธอจะทำแบบนั้นเช่นทะเลาะกันเพราะข้อความในโทรศัพท์ แต่ผมเชื่อว่าวัยรุ่นทุกคนที่มีความรักก็เป็นกันหมดเพราะฉะนั้นก็ย่อมรับได้

แหม แค่พล็อตเรื่องนี่ก็อดคิดไม่ได้ ว่ามันคือพล็อตนิยายบนเด็กดี นิยายแจ่มใส หรือไม่ก็พล็อตการ์ตูนตาหวานที่เคยอ่านๆ กันสมัยม.ต้น ก็แหม หนังสร้างจากนิยายขายดีเชียวนะ แม้เนื้อหาหนังเรียบง่าย เดาทางได้ ไม่มีปมอะไรซับซ้อน แต่จุดขายคือฉากรักสุดฟิน ที่ชวนให้จิ้น ให้มโนกันไปว่า “ฉันเป็นนางเอก” นะ ดูจบแล้วรู้สึกอบอุ่น อิ่มสุข ปลื้มอย่างบอกไม่ถูก แต่ถ้าใครคาดหวังสูงไปหรือผู้ชายมาดูก็อาจจะไม่อินได้นะ

ผู้หญิงคนไหนไม่เคยอ่านการ์ตูนตาหวานบ้างล่ะ คงมีแต่น้อยมากๆ เพราะคาแร็คเตอร์ตัวพระเอกนางเอกของเรื่อง มันคือคาแร็คเตอร์เดียวกันกับนิยายแจ่มใสหรือการ์ตูนตาหวานเลยแหละ สาวเนิร์ด กับหนุ่มแบดบอย ใครละจะไม่ชอบพล็อตเรื่องสไตล์นี้

After We Collided Netflix รีวิว ภาคต่อของหนังรักสายฟิน

อย่างที่บอกไป ว่าเนื้อหาหนังเรียบง่ายสุดๆ แต่เหตุผลของตัวละครก็ไม่ค่อยมีน้ำหนักเท่าไร ออกแนวงี่เง่าไปในบางครั้ง แต่ทั้งหมดทั้งมวลนี้ ฉากต่างๆ ของหนังกลับส่งผลต่อคนดูได้อย่างมหาศาล ด้วยฉากรักฟินๆ ที่เรียบง่ายแต่ทรงพลัง เช่น ฉากสบตากันในร้านกาแฟ ฉากการพบกันครั้งแรก ฉากตอนใช้เวลาอยู่ด้วยกัน ยิ่งตอนสบตากัน สายตาทั้งสองสื่ออารมณ์ให้คนดูรู้สึกถึงความต้องการภายในที่ไม่จำเป็นต้องเอ่ยปาก ก็รู้สึกได้ แม้ทั้งเรื่องจะไม่มีคำพูดบอกรักกัน แต่เราก็สัมผัสได้จากการกระทำของทั้งสองคน ต้องบอกเลยว่ามันให้ความรู้สึกอบอุ่น และฟีลกู๊ดมากจริงๆ

มาพูดถึงชื่อเรื่องกันบ้าง Netflix ชอบตั้งชื่อแบบมีนัยยะ กล่าวคือ การตั้งชื่อเรื่องมักมีเหตุผลที่พอเราดูจบแล้วจะรู้สึกว่า “อ๋อ.. ตั้งชื่อเรื่องนี้เพราะแบบนี้นี่เอง” รวมถึง ดูหนังออนไลน์ เรื่อง After ด้วย โดยที่ชื่อเรื่องสื่อออกมาแบบเห็นได้ชัดเลย คือ

“ชีวิตฉันหลังจากได้เจอเธอ..”

เมื่อ ดูหนัง เราจะเห็นได้ว่า นางเอกและพระเอกมีความเปลี่ยนแปลงไปอย่างไร พัฒนาการของตัวละครนี้เป็นแบบไหน และส่งผลอะไรตามมาบ้าง แม้เป็นประเด็นเล็กๆ ของหนัง แต่มันก็ให้แง่คิดที่ดีกับคนดูได้อย่างดี

รวมไปถึงแง่คิดที่ว่า “บางครั้งคนเราก็ไม่ได้เปลี่ยนไป เพียงแต่เราแค่โตขึ้นและค้นพบสิ่งที่ตัวเองต้องการมากขึ้น”

นี่คือแง่คิดของหนังที่แฝงมากับชื่อหนังว่า  “After”

Latest articles

Related articles

Leave a reply

Please enter your comment!
Please enter your name here