ดูหนังออนไลน์ The VOID แทรกร่างสยอง

ดูหนังออนไลน์ “The Void” ภาพยนตร์ระทึกขวัญ สั่นประสาท ชวนขนลุกจนแทบคลั่ง การันตีความสยองโดยผู้อำนวยการสร้าง “The Witch” หนังแม่มดชวนสะพรึงเจ้าของรางวัลมากมาย พร้อมด้วย “เจเรมี กิลเลสพี” และ “สตีเวน โคสตันสกี” สองคู่หูผู้อยู่เบื้องหลังงานเมกอัพในหนังดัง “Suicide Squad” ที่ครั้งนี้ขอผันตัวมานั่งแท่นกำกับสาดความโหดแบบไร้ความปราณี

เรื่องราวความหลอนเริ่มต้นขึ้นเมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ แดเนียล คาร์เตอร์” (รับบทโดย “แอรอน พูลย์”) บังเอิญเจอชายร่างโชกเลือดอยู่กลางถนนที่มืดมิดขณะออกตรวจเวร เขาจึงรีบพาชายหนุ่มไปส่งยังโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุด โดยที่ไม่รู้เลยว่าทุกคนในโรงพยาบาลนั้นได้กลายร่างเป็นสิ่งมีชีวิตที่สยดสยองเกินกว่าจะจินตนาการถึง หนำซ้ำแดเนียลยังต้องนำผู้รอดชีวิตทั้งหมดฝ่าแดนนรกจากกลุ่มบุคคลในชุดสีขาวกับเครื่องหมายสามเหลี่ยมสุดลึกลับที่พร้อมจะเดินหน้าเข้ามาเอาชีวิตจากพวกเขาได้ทุกเมื่อ

ดูหนังออนไลน์ “The Void” คือผลงานสยองสุดเซอร์ไพรส์ในกลุ่มนักวิจารณ์และรับประกันสุดขั้วความสะใจคอหนังหวีดอย่างแน่นอน โดยหนังได้ “การรับรองความเยี่ยม” (Certified Fresh) จากเว็บไซต์รวมคำวิจารณ์ชื่อดังอย่าง Rotten Tomatoes และคะแนนความผวาที่ทะลักจนสูงถึง 73% ไปจนถึงกระแสตอบรับสุดคลั่งจากสื่อระดับโลกที่ต่างการันตีเป็นเสียงเดียวกันถึงความชวนช็อกเกินบรรยายขั้นสุด

ดูหนังออนไลน์ สยองขวัญที่น่าจดจำมักอยู่ในช่วง 80-90s เป็นส่วนใหญ่ ซึ่งส่วนหนึ่งมาจากความคิดกับเทคนิคต่างๆที่หลั่งไหลเข้ามาจนเกิดหนังสยองขวัญมากมาย อีกทั้งยังตอบสนองความบันเทิงด้วยความโหดด้วยเลือดด้วยเนื้อกันอย่างไม่หลบมุมกล้อง ฉะนั้นในแง่ความรุนแรงที่ได้จากหนังประเภทนี้จึงเป็นความบันเทิงที่โหดแต่สะใจผู้ชม ยิ่งผสมผสาน Practical Effect เข้าไปด้วยยิ่งเหมือนเปิดโลกหนังสยองขวัญให้กว้างขึ้นจากคนฆ่าคนมาเป็นสร้างสัตว์ประหลาดด้วยเทคนิคกลไก เช่นเดียวกับเรื่องนี้ที่ต้องการเคารพหนังรุ่นก่อนว่าเทคนิคเก่าๆยังไม่ตายในยุคที่ใช้ CGI กันเกลื่อนกลาด

นอกจากความต้องการใช้เทคนิคเก่าๆในการเนรมิตรสิ่งมีชีวิตแปลกประหลาดก็ยังรวมถึงพล็อตเรื่องที่ไม่มีอะไรซับซ้อนมากมาย ด้วยเรื่องของแดเนียล คาร์เตอร์ (Aaron Poole) เป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ต้องประสบปัญหาเรื่องน่าขนลุกเมื่อต้องเจอกับชาวบ้านที่มีลัทธิประลาดคอยตามเล่นงาน แต่นั้นยังไม่เท่าเรื่องราวขนหัวลุกที่ไม่ได้มีแค่คนด้วยกันเองเท่านั้นเพราะยังมีสิ่งประหลาดลึกลับรอเล่นงานพวกเขาอยู่(คล้ายๆ Prince of Darkness (1987) แต่ลึกลับและสยองกว่า)
เรื่องราวในหนังจะพูดถึงเหตุการณ์ขณะออกตรวจเวรในช่วงกลางดึกของเจ้าหน้าที่ “แดเนียล คาร์เตอร์” ที่บังเอิญไปเจอชายวันรุ่นที่ร่างกายเต็มไปด้วยเลือดอยู่กลางถนน คาร์เตอร์รีบนำตัวชายนิรนามคนนั้นไปส่งโรงพยาบาลในเมืองที่ใกล้ที่สุด แต่เมื่อไปถึง เขาต้องพบกับเหตุการณ์แปลกประหลาดที่เขาเองก็ไม่สามารถอธิบายได้ การพยายามเอาตัวรอดและช่วยเหลือคนในโรงพยาบาลกดดันให้เขาต้องออกไปเผชิญหน้ากับร่างของสิ่งมีชีวิตที่สุดแสนจะสยองเกินคำบรรยาย ยิ่งไปกว่านั้นเขายังต้องรับมือกับชายชุดขาวที่มาพร้อมกับลัทธิประหลาดๆให้ได้ก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินไป
Jeremy Gillespie, Steven Kostanski ทั้งสองผู้กำกับต่างมีความถนัดเหมือนกันเกี่ยวกับงานศิลป์ ฉะนั้นการเห็นงานเมคอัพหรือเอฟเฟคตามฉากต่างๆต้องไม่ธรรมดาแน่นอน ซึ่งหนังเรื่องนี้ชวนให้นึกถึงความสยองแบบยุค 80S ยิ่งการเห็นสัตว์ประหลาดตัวแรกที่โผล่ออกมาชวนน่าสะอิดสะเอียนไม่ใช่น้อย ทำให้นึกถึง The Thing (1982) ที่รูปร่างประหลาดผิดธรรมชาติ ความโหดความรุนแรงก็จัดว่าถึงพริกถึงขิง มีการผสมผสานความลึกลับจากต่างมิติทำให้ได้ดูน่ากลัวไม่รู้จะต้องเจอกับอะไร

Sahamongkolfilm | คอมโบเซตความฟินคอหนังโคตรคัลต์ "The Void แทรกร่างสยอง"

แต่ด้วยความที่พล็อตเรื่องไม่มีอะไรมากทำให้ตัวหนังหวังพึ่งความสยองและความลึกลับมากเกินไป ในช่วงแรกรู้สึกอารมณ์ไปได้สุดในความสยองและภัยคุกคามจากลัทธิประหลาดที่ให้ชาวบ้านใส่ผ้าคลุมทั้งตัวพร้อมกับสัญลักษณ์สามเหลี่ยมที่ใบหน้า แม้จะไม่บอกรายละเอียดเกี่ยวกับสัญลักษณ์นี้แต่พอจะคาดคะเนหมายถึงการวนเวียนไม่จบสิ้น ซึ่งตรงกับเหตุผลการบูชาของลัทธินี้ที่จะไม่ยอมให้แก่ความตายและพร้อมจะเป็นสิ่งอื่นที่มั่นคงและยั่งยืนกว่า อีกสิ่งที่น่าสนใจคือการบูชารับถือไม่ใช่สิ่งที่มีบนโลกหากเป็นสิ่งที่มาจากมิติอื่น ฉะนั้นความน่ากลัวของเรื่องนี้จึงดูลี้ลับว่าตกลงแล้วมันคืออะไรกันแน่

ดูหนังออนไลน์ The Void เป็นหนังสยองขวัญที่เรียกความตื่นเต้นในช่วงแรกได้อย่างดีเยี่ยม แต่พอหลังจากนั้นที่ต้องหาความจริงที่ซ่อนอยู่ก็กลายเป็นหนังที่อุดมไปด้วยยานอนหลับ จะว่าตื่นเต้นก็ไม่มี จะว่าน่าสนใจก็ไม่รู้จะพูดถึงตรงไหน กว่าจะหายอาการง่วงหลับๆตื่นๆก็เป็นช่วงท้ายที่เริ่มโชว์ของปล่อยทีเด็ดแบบในช่วงแรก อีกทั้งยังแฝงปมประเด็นของชีวิตมนุษย์ที่เกิดมาจะต้องตาย แต่ไม่ใช่กับทุกคนที่พร้อมยอมรับเงื่อนไขธรรมชาตินี้และหาหนทางต่อสู้เพื่อหนีความเจ็บปวดจากการสูญเสีย อาจกล่าวได้ว่าเป็นหนังสยองขวัญที่ดึต้นดีท้าย ที่เหลือคือยากล่อมประสาทที่จะหลับให้ได้

จุดโดดเด่นที่สุดของหนังต้องยกให้กับความตื่นเต้นที่แม้จะไม่ถึงขั้นกรี้ดหวีดร้องออกมาลั่นโรงแต่ก็ชวนให้ผวาและลุ้นอยู่เป็นช่วงๆ สภาพการตายและฉากการฆ่าที่ดิบโหดถึงขั้นเอามือปิดปากและหลับตาปี๋ด้วยความขยะแขยงเป็นอีกหนึ่งส่วนที่ทำให้ได้กลิ่นอายของหนังสยองขวัญในยุคก่อนโน้น จังหวะของหนังก็ทำได้ดีจนผมไม่สามารถเดาได้เลยว่าจะเกิดอะไรขึ้นต่อจากนี้หรือจะมีอะไรที่โหดกว่านี้อีกมั้ย อาการหายใจไม่ทั่วท้องน่าจะเขียนแทนความรู้สึกที่เกิดขึ้นได้ดีที่สุด

Latest articles

Related articles

Leave a reply

Please enter your comment!
Please enter your name here