ดูหนังออนไลน์ Baby Driver จี้ เบบี้ ปล้น

วันนี้จะพาเพื่อน ๆ มาพบกับหนังโจรกรรมเรื่องหนึ่ง ที่หนังเรื่องนี้ถึงแม้จะเกี่ยวกับการปล้น แต่ก็ไม่มีฉากปล้นให้เห็นเลยแม้แต่ฉากเดียว ทำไมถึงเป็นอย่างนั้น แล้วจะเรียกว่าหนังโจรกรรมได้อย่างไร ในเมื่อไม่มีฉากปล้น ก็เพราะว่าหนังเรื่องนี้ เน้นที่ เบบี้ คนขับรถที่ใช้หลบหนีหลังจากการปล้นนั่นเอง

ดูหนังออนไลน์ Baby Driver : จี้ เบบี้ ปล้น เป็นหนังโจรกรรมอีกเรื่องหนึ่ง ที่ดูแล้วมันระทึกใจกับการขับรถหลบหนีตำรวจหลังปล้น ซึ่งหนังเรื่องนี้ไม่เน้นที่การปล้น แต่เน้นที่เด็กหนุ่ม เบบี้ คนขับรถ ที่ติดหนี้ ด๊อค คนคิดและวางแผนการปล้น ทำให้ เบบี้ ต้องทำงานใช้หนี้ด้วยการขับรถหลบหนีให้กับทีมปล้น และระหว่างนั้นเอง เบบี้ ก็ได้หลงรัก เดโบร่า สาวเสิร์ฟในร้านอาหารแห่งหนึ่ง ทำให้ เบบี้ คิดอยากจะทำงานสุจริต และออกจากวงการเมื่อใช้หนี้เสร็จแล้ว แต่เหตุการณ์ไม่เป็นไปตามที่คาด เมื่อ ด๊อค ไม่ยอมให้ เบบี้ ออก เบบี้ ยังคงถูกบังคับให้ขับรถต่อไป

หนังเล่าเรื่องของ เบบี้ (แอนเซล เอลกอร์ต) หนุ่มผู้มีแผลใจในวัยเด็กจากการสูญเสียพ่อและแม่ในอุบัติเหตุทางรถยนต์ที่มีเขาอยู่ด้วย ซึ่งนอกจากการที่เขาต้องย้ายมาอยู่ในการอุปการะของ โจเซฟ (ซีเจ โจนส์) ชายผิวสีผู้เป็นใบ้แทนแล้ว เขายังต้องอยู่กับเสียงวิ้ง ๆ ในหูตลอดเวลาไปตลอดชีวิต ทำให้เขามักใส่หูฟังเพลงจากไอพอดเพื่อกลบเสียงนั้นอยู่เสมอ เพราะชีวิตที่ไม่ได้สวยหรูเขาติดหนี้ก้อนใหญ่กับ ด็อก (เควิน สเปซี่) ชายประวัติลึกลับผู้อยู่เบื้องหลังตำรวจชั่วและการวางแผนจ้างอาชญากรก่อเหตุปล้นใหญ่แทบทุกครั้งในเมืองแอตแลนต้า

ด็อกมองเห็นความสามารถของเบบี้ที่ขับรถความเร็วสูงหนีการไล่ล่าได้ทุกครั้งจนต้องใช้งานอยู่เสมอในการช่วยขับให้ทีมปล้นหลบหนีตำรวจ ตัวเบบี้แม้จะไม่อยากทำงานสกปรกนี้แต่หนี้ก้อนใหญ่ที่เขาติดกับด็อกก็บังคับให้เขาต้องอยู่ในวังวนนี้ตลอด แม้ว่าวันหนึ่งการเข้ามาของ เดโบร่า (ลิลี่ เจมส์) หญิงสาวสุดสวยที่เคมีเข้ากับเขาแทบจะทันทีที่พบกัน จะทำให้เขาอยากหนีจากชีวิตอาชญากรรมเต็มที แต่งานนี้ด็อกและเหล่าสุดแสบที่ถูกรวมตัวมาร่วมทีมปล้นครั้งใหญ่อย่าง ไอ้โรคจิตแบทส์ (เจมี่ ฟ็อกซ์) และคู่รักสุดโหดอย่าง บัดดี้ (จอน แฮมม์) กับดาร์ลิง (ไอซ่า กอนซาเลส) คงไม่ยอมปล่อยกุญแจสำคัญในแผนอย่างเบบี้ไปโดยง่ายแน่ ๆ

ซึ่ง ดูหนัง เรื่องนี้มีจุดเด่นอยู่ที่การเล่าเรื่อง ซึ่งมีเนื้อเรื่องที่เรียบง่าย แต่สามารถเล่าออกมาให้เกิดความสนุกและระทึกใจได้ ด้วยเนื้อเรื่องทั้งหมด แทบจะเป็นเนื้อเรื่องของ เบบี้ คนเดียว เด็กหนุ่มที่ใส่หูฟังฟังเพลงอยู่ตลอดเวลาไม่พูดคุยกับใคร แต่มีฝีมือในการขับรถขั้นเทพ ถูกบังคับให้ขับรถปล้น เป็นหนังที่ทำออกมาได้สนุกมาก ๆ โดยเฉพาะช่วงท้าย ๆ หลังจากที่ เบบี้ เลือกที่จะขัดขวางการปล้น ทำให้ ดาร์ลิง ต้องตาย จึงถูก บัดดี้ ตามล้างแค้น และฉากยิงกันสนั่นก็เริ่มขึ้น

โดยเรื่องนี้ในช่วงแรก ๆ นั้นมีพล็อตเรื่องที่เรียบ ๆ เป็นการเล่าเรื่องราวชีวิตของ เบบี้ ว่าไปทำอะไร ไปเจอใครบ้าง หลังจากเลยครึ่งเรื่องไป เหตุการณ์ก็เปลี่ยนหลังจากที่ เบบี้ เลือกขัดขวางการปล้น ก็ตามมาด้วยความระทึกใจ กับฉากยิงกันของผู้ร้ายกับตำรวจ ตามด้วยฉากการยิงกันของ เบบี้ กับ บัดดี้ ที่ยกระดับความมันขึ้นมาอีก และก็ต่อด้วยความเศร้าสลดเมื่อ เบบี้ ถูกตำรวจจับ และตามมาด้วยการจบลงอย่าง Happy Ending

โดยรวมหนังเรื่องนี้ ถือว่าเป็นหนังที่มีความสนุกไม่น้อย โดยมีความโดดเด่นอยู่ที่การเล่าเรื่อง ที่ให้เรื่องที่ดูเรียบง่าย แต่ทำให้มีความสนุกและตื่นเต้นได้ และยังมีฉากบู้แอ็คชั่นให้ได้ระทึกใจในช่วงท้าย ๆ ทั้งยังมีฉากรักหวานซึ้งให้ได้ชื่นใจกันเล็กน้อย ที่ผมชอบที่สุดในหนังเรื่องนี้คือตอนที่ ด๊อค รู้ว่า เบบี้ มีคนรัก ด๊อค จึงยอมช่วยเหลือและสละชีวิตตัวเอง เพื่อให้ เบบี้ และ เดโบร่า ได้มีเวลาหลบหนี

รีวิว] Baby Driver เบบี้เป็นมนุษย์กวนตีง เอ็ดการ์ ไรต์เป็นผู้กำกับกวนโอ๊ย  เบบี้ไดรเวอร์เป็นหนังร็อกเว่อ | #beartai

และส่วนที่ฟ้าวสาดมาก ๆ ของหนังเรื่องนี้คือ ความเป็นมิวสิคัลโพสต์โมเดิร์น อย่างที่เกริ่นไว้ตอนแรกนั่นล่ะครับ ใครดูฉากลองเทคที่เบบี้เดินไปซื้อกาแฟ คงเอาไปเทียบกับหนังมิวสิคัลแท้ ๆ อย่างพวก La La Land แน่ ๆ (ซึ่งจริง ๆ เอ็มมา สโตน ก็เคยถูกทาบทามให้เล่นหนังเรื่องนี้ก่อนจะเซย์บายไปรับบทนำใน La La Land ล่ะนะ) แต่ความเหนือชั้นของไรต์ที่เพิ่มความเป็นโพสต์โมเดิร์นไปทำให้หนังแตกต่างไปเลยครับ เพราะเพลงในหนังและการเต้นรำไปตามท้องถนน มาจากบุคลิกกวน ๆ ของเบบี้ ที่ชอบฮัมเพลงและเต้นไปตามเสียงเพลงอย่างไม่คำนึงลุคเคร่งขรึมที่เห็นในตัวอย่างแม้แต่น้อย 555 คือจริง ๆ มันเกรียนเลยล่ะ

ดูหนัง ยังมีของให้คนตาไวมองหาซุกซ่อนอยู่ในตัวหนังเยอะมาก เอาว่าแค่ดูหาพวกนี้ก็เพลินแล้วครับ ไม่ว่าจะเป็นเนื้อเพลงที่ซ่อนในพวกกราฟิตี้ในฉาก เนื้อเพลงที่มาลงเป๊ะกับฉากในหนังที่ต้องคอหนังจริง ๆ ถึงจะเก็ตนกตัวอย่างฉากหนึ่งที่พวกโจรใช้หน้ากากออสติน พาวเวอร์ปิดบังใบหน้า แล้วเพลง Neat Neat Neat ของวง The Damned ก็ถูกเปิดท่อนที่ว่า Be a man, can a mystery man พอดี ตรงนี้ใครจำชื่อเต็มของหนังออสติน พาวเวอร์ภาคแรกได้คงฮาครับ เพราะมันมีชื่อว่า Austin Powers: International Man of Mystery (1997) นั่นเอง หรือพวกคำพูดตัวละครที่ถูกเอามาใช้ในอนาคตหรือแอบใบ้ฉากหลัง ๆ ไว้แบบเนียน ๆ คือต้องกราบใจฝ่ายศิลป์ วิสัยทัศน์ผู้กำกับและการเขียนบทที่วางไว้ละเอียดเป็นหนึ่งเดียวกันได้สมบูรณ์แบบขนาดนี้ ดูหนังออนไลน์

Latest articles

Related articles

Leave a reply

Please enter your comment!
Please enter your name here