ดูหนังออนไลน์ Jupiter’s Legacy (Netflix) ซีรีส์ซูเปอร์ฮีโร่ที่ดูเกรด B กว่าฟอร์มโปรโมทจนน่าผิดหวัง

Jupiter's Legacy จูปิเตอร์ส เลกาซี่

ดูหนังออนไลน์ Jupiter’s Legacy จูปิเตอร์ส เลกาซี่ ซีรีส์ Original Netflix แนวซูเปอร์ฮีโร่ 8 ตอนจบซีซั่น จากผลงานของ มาร์ค มิลลาร์ เมื่อเหล่าซูเปอร์ฮีโร่รุ่นแรกช่วยปกป้องโลกให้ปลอดภัยมาเกือบศตวรรษแล้ว ตอนนี้ถึงคราวที่รุ่นลูกจะต้องมาสานต่อหน้าที่ให้ได้ดีเท่ารุ่นพ่อรุ่นแม่

ซีรีส์ซูเปอร์ฮีโร่เรื่องแรกของ Netflix ที่ดีลจนได้สิทธิ์มาจากการ์ตูนของมาร์ค มิลลาร์ ในอังกฤษ ไม่ใช่ทั้งจาก DC หรือมาร์เวล ซึ่งชื่ออาจจะไม่คุ้นกับหลายๆ คน แต่ถ้าบอกว่าเขาคือคนแต่งเรื่อง KICK-ASS, WANTED, KINGSMAN ที่ถูกนำไปสร้างเป็นหนังดังทั้งสามเรื่องคงต้องเคยดูหรือผ่านตากันมาบ้าง ซึ่งเอกลักษณ์ผลงานของเขาคือการดัดแปลงแนวซูเปอร์ฮีโร่ให้อยู่ในรูปแบบใหม่ อย่างคิกแอสที่เห็นชัดว่าเป็นแนวเรียลฮีโร่ Wanted เองที่ตัวเอกเป็นพนักงานออฟฟิสที่กลายมาเป็นมือปืนยิงกระสุนวิถีโค้ง รับงานฆ่าคนเลวจากเทพีสามองค์ที่คุมด้ายแห่งโชคชะตา กับ Kingman ดูหนังออนไลน์ แนวสายลับกู้โลก ซึ่งจริงๆ ก็คือแนวฮีโร่แบบหนึ่งนี่แหละ ซึ่งจูปิเตอร์ส เลกาซี่ เองก็ถูกนำเสนอไปในแนวทางฮีโร่แบบใหม่ที่แตกต่างออกไป แต่กลับกลายเป็นเรื่องยากเมื่ออยู่ในมือของผู้สร้างที่มือไม่ถึงอย่าง Steven S. DeKnight เจ้าของผลงานผู้กำกับ Pacific Rim: Uprising อันเละเทะนั่นเอง

Jupiter's Legacy เวอร์ชั่นการ์ตูน

โครงเรื่องของจูปิเตอร์สคือโลกนี้มีซูเปอร์ฮีโร่มาร่วมศตวรรษแล้ว ตั้งแต่ยุคบุกเบิกอุตสาหกรรมอเมริกา ทั้งหมดเป็นกลุ่มคนอเมริกันที่ตั้งสหภาพซูเปอร์ฮีโร่ขึ้นมาพร้อมกฎ ห้ามฆ่าตัวร้าย ห้ามแทรกแซงรัฐบาล ไม่เข้าไปเกี่ยวกับเหตุการณ์ในสังคมประวัติศาสตร์ (อย่าสงครามโลกครั้งที่ 2) เพื่อรักษาไว้ซึ่งเจตจำนงค์เสรีของมนุษย์ พวกเขาเป็นเพียงแค่ตัวอย่างดีงามให้ผู้คนยึดถือมาตลอด แต่กลายเป็นว่าในปัจจุบันสังคมกลับเสื่อมทรามลง ดูหนังออนไลน์ และรุ่นลูกของพวกเขากลับรู้สึกว่ากฎนี้กลายมาเป็นปัญหาในการทำหน้าที่รักษาไว้ซึ่งความยุติธรรมเป็นอย่างมาก จนสุดท้ายคนที่แหกกฎก็กลายเป็นลูกชายของยูโทเปียน ผู้นำของสหภาพนี้เอง

รีวิว Jupiter's Legacy (Netflix) ซีรีส์ซูเปอร์ฮีโร่ที่ดูเกรด B กว่าฟอร์มโปรโมทจนน่าผิดหวัง (ไม่มีสปอยล์) 1

ปมในเนื้อเรื่องของจูปิเตอร์สยังมีประเด็นน่าสนใจใหม่ๆ สะท้อนจากมุมมองของตัวมาร์ค มิลลาร์ โดยตรงที่เขาเองก็เป็นอดีตนักเขียนมาร์เวลที่เขียนตอน CIVIL WAR กับ LOGAN ที่นำมาดัดแปลงเป็นหนัง และก็โด่งดังจากความแปลกแตกต่างในเนื้อหาที่ลุ่มลึก ซึ่งการที่เรื่องนำเสนอยึดติดกับกฎสองข้อที่ว่า ก็มาจากการ์ตูนซูเปอร์ฮีโร่ที่ผ่านมาเองมักจะเป็นแบบนี้เสมอ (ไม่นับพวกแอนตี้ฮีโร่) การไม่ฆ่าก็เพื่อไม่ให้ตัวเองกลายมาเป็นศาลเตี้ยลงฑัณฑ์ตัดสินเองก็เป็นเรื่องสมเหตุผลเข้าใจได้ แบบเดียวกับตำรวจมีหน้าที่จับส่งเข้าคุก (ในโลกนี้มีคุกพิเศษสำหรับวายร้ายโดยเฉพาะเหมือนกันในชื่อ ซูเปอร์แม็ก) ส่วนการไม่แทรกแซงรัฐบาลไม่เข้าไปเกี่ยวกับเหตุการณ์สำคัญต่างๆ ของมนุษย์ในโลก ก็เหมือนเป็นคัมภีร์ที่สืบทอดกันมาของ DC กับมาร์เวลเองที่การมีอยู่ของซูเปอร์ฮีโร่เพื่อปราบวายร้ายพิเศษที่พวกเขารับมือได้ลำบากเท่านั้น ถ้าเป็นเหตุการณ์ของมนุษย์กันเองก็จัดการไป เพื่อไม่ให้ซูเปอร์ฮีโร่มามีอำนาจบทบาททางการเมืองจนประชาชนเองไม่เชื่อถือกระบวนการปกครองอีกต่อไป ซึ่งก็เป็นอะไรที่เข้าใจได้ สมเหตุผลในแบบหนึ่ง แต่จูปิเตอร์สเลือกข้ามเส้นกฎพวกนี้ไปโดยการตั้งคำถามถึงการมีอยู่ของกฎที่ว่าในปัจจุบัน เมื่อเหล่าร้ายก็ไม่หมดไปสักที แถมยังกลายเป็นการแก้แค้นกลับรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ ตามสูตรวายร้ายที่ไม่ตายสักทีแล้วรอดมาก่อเหตุซ้ำๆ แทนที่จะฆ่าทิ้งไปให้จบๆ ดังนั้นจะเป็นอย่างไรถ้ารุ่นลูกหรือ Gen X Z ในปัจจุบันที่มักต่อต้านกฎเกณฑ์จากคนรุ่นก่อนอยู่แล้ว กลายมาเป็นซูเปอร์ฮีโร่รุ่นใหม่ที่รุ่นเก่าพยายามฝึกสอนให้มาทำหน้าที่แทนตัวเอง แต่ก็พบว่าพวกเขาไม่อาจจะคุยกับรุ่นลูกรู้เรื่องได้อีกต่อไป ซึ่งไม่ต้องเป็นเรื่องซูเปอร์ฮีโร่ สังคมในโลกจริงก็เป็นเช่นนั้นอยู่แล้วเช่นกัน

รีวิว Jupiter's Legacy (Netflix) ซีรีส์ซูเปอร์ฮีโร่ที่ดูเกรด B กว่าฟอร์มโปรโมทจนน่าผิดหวัง (ไม่มีสปอยล์) 3

เมื่อเรื่องใช้วิธีการตั้งคำถามถึงกฎเก่าๆ ในการ์ตูนดั้งเดิม เหตุการณ์ในเรื่องก็เลยผูกปมหลักใหญ่สุดไว้กับการมีอยู่ของกฎนี้ตลอด ในเรื่องยูโทเปียนตัวเอกหลักรุ่นพ่อถูกนำเสนอภาพเหมือนซูเปอร์แมนที่มีแต่ความดี ตั้งใจทำดีให้เป็นความหวังของมนุษย์ จนกลายเป็นการไม่ยอมปรับตัวหรือเข้าใจรุ่นลูกที่มองว่ากฎนี้ใช้ไม่ได้อีกต่อไป และประชาชนส่วนใหญ่ก็ไม่ได้สนับสนุนแนวทางเก่า กลับต้องการความเด็ดขาดจัดการวายร้ายให้ตายๆ ไปเลย แบบที่มักชอบพูดกันว่าจับไปขังคุกกินเงินภาษีประชาชนนั่นแหละ ซึ่งคนที่มาแตกหักกฎนี้ก็เป็น “แบรนดอน” ลูกชายคนโตของยูโทเปียนเองที่มีชื่อฉายาว่า The Paragon พารากอน ที่แปลว่า ตัวอย่างที่ดีเลิศ ที่เขาใช้ชีวิตเดินตามกฏพ่อมาตลอดจนอึดอัดกับสิ่งที่เป็น และลงมือฆ่าวายร้ายที่กำลังฆ่าพ่อของเขา เป็นการตัดสินใจเพื่อช่วยชีวิตพ่อ แต่พ่อกลับรู้สึกว่าลูกทรยศหลักการที่สอนมาตลอด จนเป็นการแตกหักในครอบครัวซูเปอร์ฮีโร่ ที่ขยายวงไปยังคนอื่นๆ ทั้งซูเปอร์ฮีโร่รุ่นใหม่กับประชาชนที่เห็นด้วยกับการกระทำของลูกชายยูโทเปียนมากกว่า ทำให้รุ่นพ่อเริ่มรับไม่ได้กับสิ่งที่เกิดขึ้น และการคงอยู่ของสหภาพก็เริ่มสั่นคลอน

รีวิว Jupiter's Legacy (Netflix) ซีรีส์ซูเปอร์ฮีโร่ที่ดูเกรด B กว่าฟอร์มโปรโมทจนน่าผิดหวัง (ไม่มีสปอยล์) 6

นอกจากการแข็งข้อตามกฎในการเป็นซูเปอร์ฮีโร่แล้ว ตัวเรื่องยังเพิ่มน้ำหนักของปัญหานี้มาที่ “โคลอี้” ลูกสาวคนสวยของยูโทเปียนด้วย เมื่อเธอมีพลังแบบเดียวกับพ่อ แต่กลับไม่เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของสหภาพ หรือแม้แต่อยากทำหน้าที่ซูเปอร์ฮีโร่เลยแม้แต่น้อย ดูหนังออนไลน์ อีกทั้งยังสวนทางด้วยการไปเป็นนางแบบเซ็กซี่ล่อแหลม ใช้ชีวิตแบบวัยรุ่นติดยา สุดเหวี่ยงไปกับปาร์ตี้ทุกค่ำคืน ด้วยการแยกตัวออกไปอยู่คนเดียวจากครอบครัว อีกทั้งยังไม่สนใจฟังพ่อเลยแม้แต่น้อย ในขณะที่แม่ที่เป็นซูเปอร์ฮีโร่ด้วยก็เริ่มมีปัญหากับการที่สามีไม่เข้าใจโอนอ่อนรับฟังลูก และเริ่มลามมาถึงเธอ เมื่อเธอเข้าใจลูกดีกว่า

รีวิว Jupiter's Legacy (Netflix) ซีรีส์ซูเปอร์ฮีโร่ที่ดูเกรด B กว่าฟอร์มโปรโมทจนน่าผิดหวัง (ไม่มีสปอยล์) 11

Jupiter’s Legacy มีแก่นเรื่องแนวดราม่าปัญหาครอบครัวซูเปอร์ฮีโร่จากมุมมองของนักเขียนการ์ตูนดัง มาร์ค มิลล่าร์ ที่แปลกใหม่ดี ตัวเรื่องนำเสนอผลกระทบของหลักการทำตัวเป็นตัวอย่างคนดีของซูเปอร์ฮีโร่ในอีกมุมมองที่น่าสนใจ แต่ปัญหาของเรื่องมาจากหลายอย่าง ทั้งฉากแอ็กชั่นกับ CG ที่ดูไม่ได้ลงทุนมากเมื่อเทียบกับฟอร์มของเรื่อง ตัวละครรุ่นลูกเหมือนตัวประกอบสมทบที่ไม่ค่อยมีบทบาท การเล่าเรื่องที่ตัดแฟลชแบ็คสลับไปมาตลอดเรื่องจนดูไม่ต่อเนื่อง ทำให้แก่นของเรื่องที่ดีกลายเป็นซีรีส์ซูเปอร์ฮีโร่ที่ดูเกรด B กว่าในปัจจุบันที่นิยมทำกันออกมามากมายเข้าไปอีก ซึ่งคงไม่ต้องโทษใครเลยนอกจากผู้สร้าง Steven S. DeKnight เจ้าของผลงาน Pacific Rim: Uprising นั่นเอง

Latest articles

Related articles

Leave a reply

Please enter your comment!
Please enter your name here